จำได้ไหม อี๊ด อรินทราช 26 ฮีโร่ยิงกราดเทอร์มินอลโคราช

384

เรียกว่าเผลอแป๊บเดียวครบ 1 ปี เหตุการณ์ กราดยิงที่เทอร์มินิลโดคราชแล้ว ทำให้หลายคนหวนนึกถึงเหตุการณ์สุดสลดในวันนั้น มีหลายชีวิตต้องสูญเสีย และมีฮีโร่หลายคนที่ไม่อยากให้ลืม โดยเฉพาะอี๊ด อรินทราช 26 ฮีโร่ยิงกราดเทอร์มินอลโคราช

ล่าสุดมีผู้ใช้เฟซบุ๊ก Sumalee Pratoomnun ได้โพสต์ข้อความระบุว่า บันทึก 1 ปีหลักสูตรชีวิต

อี๊ด อรินทราช 26 อีกไม่กี่วันก็จะครบ 1 ปีที่ อี๊ด ส.ต.อ.กฤษฎา การุญ

นายตำรวจแห่งหน่วยอรินทราช 26 นอนรักษาตัวในโรงพยาบาล

จากเหตุการณ์ถูกยิงขณะเข้าช่วยเหลือประชาชนที่ห้างเทอมินอล 21 โคราช

ช่วงเช้ามืดของวันที่ 9 กุมภาพันธ์ “ห่ากระสุนสาดซัดผ่านหัว ซ้ายบ้างขวาบ้าง”

คำบอกเล่าของหนึ่งในเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการขณะเข้าช่วยเหลือประชาชนในชั้น LG

บอกได้ดีว่าเจ้าหน้าที่ในแนวหน้านั้นเสี่ยงเพียงใด

อี๊ดถูกยิงเข้าที่ศีรษะด้านขวา ต้องผ่าตัดสมอง 2 ครั้ง และถูกส่งต่อมารักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ

ตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา ช่วงนั้นพอครบเวลากักตัว 14 วัน

หลังจากกลับจากประชุมที่สวีเดนก็ไปเยี่ยมทันที วันนั้นเมื่อเห็นสภาพของอี๊ดแล้วยอมรับว่าเข่าอ่อน ทรุดลงไปนั่งกับพื้น

จุกไปทั้งอก บ่ายนั้นจับมืออี๊ดไว้ตลอดจนหมดเวลาเยี่ยมเพื่อให้เขาอุ่นใจว่ามีเพื่อนอยู่ด้วย

เพราะภรรยาต้องออกไปทำเรื่องด้านเอกสารต่างๆ หลายที่

หลังจากนั้นทุกครั้งที่ไปเยี่ยมต้องแอบปาดน้ำตานอกห้องทุกครั้ง

แต่สิ่งที่กลายเป็นแรงผลักดันในการจัดหาทุกอย่างเพื่อให้อี๊ดฟื้นตัวก็คือ การสู้ไม่ถอยของอี๊ดและเชอรี่ ภรรยาของอี๊ด

เพื่อจะกลับมาใช้ชีวิตปกติอีกครั้ง รวมถึงการเห็นความรักความผูกพันของพี่น้องเหล่าอรินทราช 26

และนเรศวร 261 ที่ผลัดเปลี่ยนกันมาเยี่ยม ออกทุนออกแรงช่วยเหลือเต็มกำลัง

ขอขอบพระคุณกัลยาณมิตรที่ให้คำแนะนำและแนะนำนักกายภาพบำบัดมาก

ฝีมือมาทำกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่อง แพทย์แผนจีนมาฝังเข็มและกระตุ้นไฟฟ้าจนอี๊ดฟื้นตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง

และวันนี้ได้ยืน tilt แล้ว อี๊ดจะได้กลับบ้านเร็วๆ นี้ แต่ยังต้องใช้เวลาอีกหลายปีเพื่อฟื้นฟู

ให้กลับมาช่วยเหลือตัวเองให้ได้อีกครั้ง ขอส่งกำลังใจให้นักรบตำรวจคนนี้สำเร็จหลักสูตรชีวิตนี้ให้ได้

วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าให้การช่วยเหลือด้วยครับ อย่าลืมเขา

 

เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งโพสต์ที่มีชาวเน็ตเข้าไปแชร์ และชื่นชมความกล้าหาญของฮีโร่ท่านนี้เป็นอย่างมาก วอนหน่วยงานอย่าลืมเขา

ขอขอบคุณที่มา : เดลินิวส์