หนุ่มถูกลอตเตอรี่ 42 ล้าน เงินไม่เหลือ ลูกไม่ได้เรียนหนังสือ

45

เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่หลายคนให้ความสนใจและเข้ามาแสดงความเห็นเป็นจำนวนมาก สำหรับเรื่องราวของ หนุ่มถูกลอตเตอรี่ 42 ล้าน เงินไม่เหลือ ลูกไม่ได้เรียนหนังสือ ซึ่งได้มาเล่าเรื่องราวในรายการตีสิบเดย์

นายเอก  ได้เปิดใจในรายการ ตีสิบเดย์ ถูกลอตเตอรี่ 42 ล้าน เมื่อ 10 ปีที่แล้ว ถูกรางวัลที่ 1 และรางวัลแจ็กพ็อตด้วยรวม 42 ล้าน

นายเอก เล่าถึงการใช้เงิน พอได้เงินมาก็ใช้หนี้ค่าบ้าน 2 ล้าน

แจกทองลูกน้องที่เคยช่วยเราตอนลำบาก 20 คน ทองคนะละ 1 บาท

แจกเงินญาติพี่น้องคนละล้านกว่าบาท ให้พ่อแม่คนละล้าน พลาดที่ไม่ได้เอาเงินเข้าบัญชีให้ลูกเพราะยังเด็ก

แจกเงินคนขายลอตเตอรี่ 3 แสนบาท ให้ผิดคนด้วย

จนตัวจริงที่ขายให้เอาโพยมาให้ดู ส่วนคนที่ได้เงินไปหายไปเลยไม่เจออีกเลย

เลยให้เงินคนขายตัวจริงไปอีก 2 แสน

เอาเงินรางวัลที่1ไปเข้าธนาคาร ซื้อประกันที่ธนาคาร 5 แสน

ซื้อบ้าน 18 ล้าน เคลียร์หนี้นอกระบบ เพื่อนมายืมด้วย

รู้ตัวตอนเงินใกล้หมด ตอนจ่ายค่าบ้านรอบสุดท้าย 2 ปีต่อมา เหลือเงิน 4 ล้าน จาก 42 ล้าน

ตกใจทำไมมันเร็ว ไม่ได้วางแผน เพราะยังคิดว่าเราจะต้องถูกรางวัลที่ 1 อีก

เงินก็หมดไปจากการทำธุรกิจด้วย ต้องปิดไป จาก 4 สาขาเหลือสาขาเดียว

แม่ก็เข้าโรงพยาบาลด้วยใช้เงินเป็นหลักล้าน

เสียใจสุดเงินหมดจนกระทั่งไม่มีเงินค่าเทอมลูก ตอนนั้นน้ำตาตกเลย

ค้างค่าเทอม 2 รอบ จนครูบอกว่าถ้าไม่จ่ายเงิน ลูกก็ไม่ได้เรียน ลูก 4 คน 3 คน

เขายอมให้ผ่อนผัน แต่คนโตเรียนมหาวิทยาลัย ไม่มีผ่อนผัน

ลูกต้องออกจากมหาวิทยาลัย แค่เรื่องเรียนยังทำให้ลูกไม่ได้เลย

หาทางออกไม่ได้ กลับมาเป็นหนี้นอกระบบอีก ปัจจุบันนี้ต้องจ่ายรายวัน

ถ้าย้อนไปได้ต้องบริหารจัดการเรื่องเงินใหม่ทั้งระบบ ถ้ามีเงินอีกครั้งจะเอาเงินเข้าบัญชีให้ลูก

การที่เราให้เงินคนไปเยอะทำให้เรามีปัญหาจนถึงวันนี้ พร้อมประกาศขายบ้านเดี่ยวเพื่อเยียวยาครอบครัว

ตอนนี้เงินในบัญชีแทบไม่เหลือ ฝากคนที่ได้ลาภถูกหวยลาภก้อนใหญ่

อย่าประมาทกับชีวิต อะไรก็เกิดขึ้นได้แบบไม่คาดฝัน

เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่สามารถเตือนใจการใช้เงินได้ดีเป็นอย่างมาก

ขอขอบคุณที่มา : ตีสิบเดย์