เปิดใจ “ม้า อรนภา” ชีวิตดิ่งวูบ หายหน้า 2 เดือน รับเงินรัฐบาล 600

5,325

จากกระแสดราม่าร้อนแรง ทำให้พิธีกรชื่อดังอย่าง ม้า อรนภา ก็ห่างหายจากหน้าจอทีวีไปนานร่วม 2 เดือน เปิดใจหมดเปลือกว่า ทุกวันนี้เกษียณ รับเงินรัฐบาล 600 ยอมรับเป็นคนตรงๆ และแรง แค่ตั้งใจสั่งสอนเด็ก เจ็บปวดถูกบูลลี่เพศสภาพ ถูกเรียกลุง ซ้ำทัวร์ลงถึงแม่

ม้า อรนภา ก็ห่างหายจากหน้าจอทีวีไปนานร่วม 2 เดือน จนกระทั่งล่าสุด เจ้าตัวได้มาเป็นแขกรับเชิญในรายการดัง เปิดใจแบบหมดเปลือกว่า ไม่ได้หายแค่หน้าจอ ไอจี กับเฟซบุ๊กก็หายด้วยเหมือนกัน ไม่ลงอะไร ไม่เล่นอะไรใด ๆ ทั้งสิ้น

ตอนนี้สภาพจิตใจเป็นอย่างไรบ้าง
ก็สบายดี

ช่วงใหม่ ๆ ที่เกิดเรื่อง เป็นอย่างไรบ้าง
ก็ต้องบอกว่าเสียใจที่มันเกิดขึ้น คนที่ทำงานตลอดทุกวันไม่เคยหยุดเลย ตั้งแต่เริ่มเข้าวงการมา เป็นช่างแต่งหน้า เป็นนางแบบ จนเล่นละคร และเข้ามาอยู่ในวงการบันเทิง ไม่เคยหยุดเลยสักวัน อยู่ดี ๆ ก็โชะ มันก็เสียใจเป็นธรรมดา แต่ถามว่าเสียใจมากไหม เสียใจไม่มาก ก็ต้องขอบคุณตัวเองที่ได้ปฏิบัติธรรม ก็เลยทำให้รู้และเข้าใจทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น

ตอนโดนบูลลี่หนัก ๆ อะไรที่ทำร้ายความรู้สึกรุนแรงที่สุด
การเอาเพศสภาพเข้ามาเป็นการบูลลี่ จริง ๆ แล้วคำด่าหยาบคายเจอมาเยอะมาก เคยโดนทัวร์ลงมาตั้งนาน หลายคดี เพราะเป็นคนตรงไปตรงมาและมักไม่ค่อยระวังคำพูดในบางครั้ง

มีอยู่ครั้งหนึ่ง เราพูดเรื่องการเล่นสงกรานต์ ตอนที่รัฐบาลไม่อยากให้ใช้รถกระบะและสาดน้ำกันหลังรถเพราะมันอันตราย อาจเกิดอุบัติเหตุ คนอาจตกลงมาเสียชีวิตได้ พิธีกรร่วมที่นั่งอ่านข่าวด้วยบอกว่าเป็นวัฒนธรรม เราก็บอกว่าเป็นวัฒนธรรมเลวน่ะสิ แค่นั้นก็โดนด่าไป 4 วัน พอไปเที่ยวในสงกรานต์ที่โปรตุเกส ก็โดนตามไปด่าถึงที่โน่น

ในความรู้สึก บางอย่างอาจถูกต้องแต่ไม่ถูกใจ
ก็น่าจะใช่ เพราะเป็นคนใช้คำตรงและแรง อาจไม่ถูกใจคนบางคน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทุกครั้ง รวมทั้งล่าสุดก็เหมือนเป็นการเตือน แต่เป็นคนที่ใช้คำอะไรตรงไปตรงมา ก็จะดูแรง

เรื่องที่โดนเรียกว่าลุงพรชัย รู้สึกอย่างไร
อันนี้ที่อยากตอบ การด่ากันไม่เจ็บปวดหรอก ไม่ได้โดนเนื้อตัว ไม่ได้โดนตบ ไม่ได้โดนทิ่มแทง ถ้าเราเข้าใจตรงนี้ แต่การบูลลี่เรื่องเพศสภาพ เห็นว่าคนที่บูลลี่บางคนได้ทำงานด้านเรียกร้องสิทธิมนุษยชน แต่ว่าทำไมถึงมาเป็นผู้กระทำเอง

ขณะที่คุณเรียกร้องเรื่องนี้ ตนไม่เคยไปก้าวก่ายสิทธิคนอื่น หรือเรื่องส่วนตัวเขา เราไม่พูดเรื่องการเกิดเหตุการณ์ขึ้นมาอันนั้น เพราะตนช็อก ตกใจ จึงต้องพิมพ์อะไรอย่างนั้นไป แต่ว่าเราไม่เคยทำในลักษณะแบบนี้ ถ้าทำไปแล้ว ทำไมถึงต้องใช้วิธีการแบบนี้

สังคมปัจจุบันที่วัยรุ่นยุคใหม่มีความคิดเป็นของตัวเอง แสดงพฤติกรรมและกิริยาออกมา มีมุมมองอย่างไร
จริง ๆ แล้วโลกต้องเปลี่ยนแปลงไปแน่นอน อย่างยุคของตน ก็เป็นยุคการเปลี่ยนแปลง พ่อแม่ก็รับไม่ได้เหมือนกัน เป็นเรื่องที่สิ่งใหม่ ๆ เข้ามา รุ่นเราเป็นรุ่นที่พ่อแม่มักจะสั่งสอนลูกว่าต้องมีความคิดเป็นของตัวเอง อย่าดักดาน ต้องรู้จักการแสดงออก เพราะเด็กสมัยก่อนไม่กล้า ผู้ใหญ่พูดอะไรก็ไม่กล้าพูด แต่เดี๋ยวนี้มันเปลี่ยนไป เด็กสมัยนี้เขาไม่ได้สัมผัสสิ่งที่ตนเคยสัมผัสมาในอดีต มันเลยลำบากอยู่พอสมควรเหมือนกัน เขาก็จะคิดว่าไม่เห็นเป็นไรเลย ฉันมีความคิดแบบนี้ ฉันสามารถเถียงได้ พูดได้ เลยกลายเป็นความก้าวร้าว

พวกคุณจะไม่นอบน้อม มันก็เป็นสิทธิที่คุณเรียกร้อง สิทธิส่วนบุคคล สิทธิมนุษยชน หรืออะไรก็แล้วแต่ แต่ต้องมีความเป็นไทยอยู่ เพราะเราจะไปเป็นฝรั่งผมทอง ตาสีฟ้า ก็คงเป็นไปไม่ได้ ยังไงก็ต้องมีกำพืดเก่าอยู่แล้ว ถึงคุณจะไปย้อมผมใส่คอนแทคเลนส์ยังไง กำพืดเราหนีไม่พ้น แล้วกำพืดที่เรามีอยู่เป็นสิ่งที่น่ารัก ฝรั่งเองซะด้วยซ้ำที่เขาชอบของเรามากนะ มันมีเอกลักษณ์ เจอกันก็ยกมือไหว้กัน เราถึงไม่ติดโควิดไง

2 เดือนที่หยุดงานไป ถือว่าหนักสุดในชีวิตไหม
ลงดิ่งเลยค่ะ ในวิถีชีวิตตัวเอง ลงดิ่งไปสุดเลย

ตลอด 2 เดือนที่อยู่ที่บ้าน ได้มีโอกาสใกล้ชิดคุณแม่มากขึ้นไหม
จริง ๆ ทุกอาทิตย์ เราจะเจอกันอยู่แล้วเป็นธรรมดา ไม่เจอไม่ได้ คุณแม่อายุตั้ง 95 จะ 96 แล้ว อายุเยอะมากนะ แต่ยังแข็งแรง ความจำดีทุกเรื่องราว โชคดีของตน เป็นบุญของลูกที่มีแม่แบบนี้

ช่วงที่ผ่านมา คุณม้ากับแม่ต้องทำห่อหมกขาย แต่จริงๆ แล้วผิดเหรอ
คุณแม่ตนเป็นเคยช่างทำผมมาก่อน แล้ววันหนึ่งก็ย้ายร้าน เราอยู่อาคารพาณิชย์ตลอด พอย้ายมาอีกฝั่ง แกก็เปลี่ยนเป็นร้านอาหาร พอหนี้สินของตึกหมดแล้ว แกก็เลิกทำร้านอาหาร เอาร้านเสริมสวยมาอยู่เหมือนเดิม แต่ก็ยังเอาขนมหวานมาขายหน้าร้าน และขายห่อหมกด้วย เราทำมานานมาก จนมาเลิกทำขนมไป เหลือแต่ห่อหมก แม่ทำมานานมากแล้ว จนกระทั่งช่วงที่ล็อกดาวน์ ผู้ช่วยของแม่ขอลาออกกลับไปอยู่ต่างจังหวัด เราก็เลยบอกให้แม่เลิก เพราะคุณแม่มากแล้ว อย่าทำเลย ถ้าไม่มีผู้ช่วย อยู่คนเดียวแกก็เครียด ก็หยุดไปเลย ไม่ได้ทำอีก

ตอนนั้นตนยังบอกว่าให้เอาซึ้งไปให้คนอื่นไหม น้องสาวบอกให้เก็บไว้ก่อน พอหลังเลิกล็อกดาวน์แล้ว ทุกอย่างเปิดมากขึ้น น้องสาวเขาก็กลับมาทำผมต่อ แต่ร้านทำผมไม่ได้กลับมาดีเหมือนเดิม คนเริ่มประหยัดมากขึ้นต่าง ๆ นานา ตนก็เลยบอกว่า อยากจะทำห่อหมกกับแม่สักเดือนละสองสามหนไหม เดี๋ยวช่วยรีวิวให้ จะได้มีรายได้ ตอนนั้นตนยังไม่โดนไล่ออกงาน ก็เลยลุกขึ้นมาทำกันตั้งแต่นั้นเรื่อยมา แล้วก็รีวิวให้เขา เขาก็ขายได้ ขายดี แต่มาขายดีเอามาก ๆ คิวจองไปถึงเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า แล้วมีก็ทัวร์ไปลงห่อหมกคุณแม่นี่แหละ

ทัวร์ไปลงคุณแม่ได้อย่างไร
ก็คงพาลไปหมดมั้ง น้องสาวเล่าให้ฟังว่า เช้ามาก็โทร. มาด่ากันแล้ว จนต้องเอาโทรศัพท์ออกหมดเลย เพราะตกใจ แต่ก็ยังมีคนอุดหนุนเพจ เพราะคนคงเห็นใจ

ที่ยังขายได้ เป็นเพราะอาจจะตรงกับช่วงพักงาน
เขาเรียกพักงานเหรอ ขอบพระคุณมากที่ใช้คำนี้ ดูดีจัง เหมือนจะได้กลับไปอีก

พี่ม้าเป็นนักสู้คนหนึ่ง จากที่รู้จักกันมา 30 ปี พี่ม้าต่อสู้ทำงานด้วยความแกร่ง และสั่งสอนรุ่นน้องมาตลอด ทำไมครั้งนี้เลือกไม่ตอบโต้อะไรเลย

ตอบโต้ไปก็เท่านั้น เหนื่อยเปล่า ๆ อาจเป็นเพราะว่าตลอดระยะเวลา 7 – 8 ปีได้แล้วที่เริ่มปฏิบัติธรรมเป็นเรื่องเป็นราว

มีเรื่องมูเตลูไหม
มีบ้าง ต้องบอกว่าตั้งแต่มีเหตุการณ์เกิดขึ้น มีวิกฤตเกิดขึ้นในชีวิต เพื่อน ๆ กัลยาณมิตรทั้งหลาย เขาก็ชวนไปเที่ยวบ้าง ไปโน่นบ้าง ไปมูฯ บ้าง เยอะแยะเลย

ขออะไร เวลาไปไหว้พระ
ขอให้ได้กลับมาทำงาน คือทำงานมาตลอดชีวิต จนเพื่อน ๆ บอกว่ามึงหยุดซะบ้างก็ดี ได้พักผ่อน ทุกคนก็ยังสงสัยว่าเกษียณอายุไปขนาดนี้ ยังไม่หยุดอีกเหรอ

นี่เกษียณแล้วเหรอ
เกษียณแล้ว รับเงินรัฐบาล 600 บาทต่อเดือน แต่แค่อยากกลับมาทำงาน แค่นั้นเอง เพราะคิดว่ายังแข็งแรงอยู่ ยังทำอะไรได้อีกหลายอย่าง ไม่ว่าจะงานพิธีกรหรือทำรายการ ส่วนเรื่องการทำเครื่องสำอางที่ตนถนัด ก็อยากเปลี่ยนไปเป็นเรื่องสกินแคร์ที่จะนำเข้าจากอเมริกา เป็นแบรนด์ของตัวทุกอย่าง

ความรักเป็นยังไงบ้าง ?
ปูนนี้จะมีไหมล่ะ ถ้าพูดถึงผู้ชายที่เข้ามาในชีวิต ตอนนี้ก็น่าจะมี แต่ไม่แน่ใจว่าจะใช่ไหม เราคบกันในฐานะคนรู้ใจ เขาห่วงใยเรา เราห่วงใยเขา ไม่เป็นดาราเท่าไหร่ใช่ไหม ตอบแบบนี้ ห่วงใยซึ่งกันและกัน แต่จะไปถึงขั้นอย่างที่อยู่ด้วยกัน คงยังไม่ถึง เป็นความปรารถนาดีต่อกันมากกว่า สิ่งสำคัญที่สุดในอายุดิฉันคือกัลยาณมิตร เท่านั้นเอง

 

ถ้าได้กลับมาทำงานเหมือนเดิม แล้วต้องโดนบูลลี่อีก ทั้งที่หยุดทุกอย่างไม่ตอบโต้ จะทำอย่างไร
เรื่องโดนบูลลี่ก็ไม่ค่อยแน่ใจ เพราะเพิ่งเริ่มกลับมาเล่นอินสตาแกรมกับเฟซบุ๊ก หลายคนก็บอกว่าให้ใช้ชีวิตแบบปกติ ก็ลองลงดู ก็ไม่ค่อยเจอเลย แทบไม่เจอการบูลลี่อะไร ฉะนั้นสมมติว่าถ้าได้กลับไปแล้วจะมีการบูลลี่อีกไหม ตนก็ไม่แน่ใจนะ แต่ถ้ามีก็คงทนทานได้แล้วล่ะ คงชิน เพราะทุกอย่างไม่จีรัง ทุกอย่างมีการเปลี่ยนแปลง เกิด ตั้งอยู่ แล้วก็ดับไป เหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นไม่ว่าอะไรก็แล้วแต่ เดี๋ยวมันก็ต้องผ่านไป ไม่มีอะไรอยู่จีรัง แม้กระทั่งร่างกายเราเอง ถึงเวลาหนึ่งก็ต้องผ่านไป ซึ่งพอผ่านไปหลาย ๆ คนก็เพิ่งสำนึกได้ เออ นี่ไงล่ะ ทุกอย่างก็ไม่จีรังทั้งสิ้น

 

อยากให้ฝากอะไรถึงแฟน ๆ ที่คิดถึง
อยากขอบพระคุณมาก ๆ ได้กำลังใจเยอะมาก จากแฟน ๆ ทั้งหลาย แม้กระทั่งคนที่อยู่ในร่มกาสาวพัสตร์ พระคุณเจ้า แม่ชี ที่พบเจอะเจอ ก็ให้กำลังใจสุด ๆ ทุกวันนี้ไม่ใช่ไม่ร้องไห้นะ ตนร้องไห้เสมอเมื่อเกิดความปีติจากคนที่ให้กำลังใจ ล่าสุดเจอแม่ชีนั่งอยู่ในร้าน แล้วมาให้กำลังใจ ดิฉันน้ำตาพรั่งพรูหยุดไม่ได้ ก็ต้องขอบพระคุณมาก ๆ

 

ในไอจีและเฟซบุ๊กก็มีคนให้กำลังใจมาก บอกว่าอยากให้กลับมา แต่สิ่งหนึ่งที่จะทำให้ตนกลับมาได้หรือไม่ได้ ไม่ได้อยู่ที่ตัวดิฉัน ทุกสิ่งทุกอย่างไม่ว่าตนเอง หรือคนทำงานในวงการพิธีกร มันคืออาชีพที่ต้องรอให้เขาเรียก ถ้าเขาไม่เรียกก็คงกลับไปไม่ได้ ตนมีคุณค่าพอที่จะให้เขาเรียกกลับไปไหม แค่นั้นเอง แต่ถ้าเขาเรียกเราก็คงได้กลับไป และต้องพร้อม

 

อยากฝากอะไรถึงคนที่บูลลี่ ?
บางทีเราก็เคยว่า แต่เราเป็นผู้ใหญ่ว่าเด็ก ในภาพการเป็นเดอะสตาร์ที่ตนคอมเมนต์สุดฤทธิ์สุดเดชว่าอะไรคือสิ่งไม่ดี แต่ก็แนะนำว่าสิ่งที่ดีต้องเป็นอย่างไร ตามประสบการณ์ชีวิตเราที่ผ่านมาก่อน อันนี้ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่บังคับกันไม่ได้ เป็นสิทธิส่วนบุคคล ถ้าเราจะว่าหรือพูด หรือทำอะไรก็แล้วแต่ มันน่าจะมีขอบเขตด้วยเหมือนกัน

ทุกคนควรจะมีคุณธรรมและจริยธรรม เพราะบางครั้งคนหลงลืมตรงนี้ไป สนุกกับมันมาก ไม่ใส่ใจว่าเราจะทำร้ายจิตใจคนอื่นมากน้อยแค่ไหน ทุกคนคิดว่าเราชอบด่าคนโน้นคนนี้ แต่ว่าในขณะที่ด่า มันก็เป็นการสอน แต่เป็นลักษณะการสอนแบบตรงไปตรงมา ไม่งั้นก็คงไม่เข้าใจสักที พูดอ้อม ๆ ไม่เข้าใจ ก็เลยพูดตรง ๆ ไปเลย ก็เลยดูเหมือนคนร้าย แต่ว่าเป็นแค่ความหวังดีของผู้ใหญ่เท่านั้นเอง

ที่มา amarintv.