ดวงเฮง พบเจ้าก้อนนี้ หนัก15 กก. ที่หาดในทอน จ.ภูเก็ต รวยเละ!

249

ดวงเฮง พบ “อ้วกวาฬ” หนัก15 กก. สองผัวเมียพาลูกเดินเล่นชายหาด เตรียมขึ้นแท่นเป็นเศรษฐีป้ายแดง พบก้อนใหญ่โต หนัก 15 กิโลกรัม

จากที่ น.ส.มลฤดี จันทร์บุญ อายุ 26 ปี และนายวีระ เจืองบุญ อายุ 32 ปีและสองสามีภรรยา อยู่บ้านเลขที่ 43/2หมู่4ต.ควนพังอ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราชที่ มื่อวันที่ 1 ส.ค.ที่ผ่านมา ตนและสามีเดินทางไปรับเพื่อนคนหนึ่งที่ จ.ภูเก็ต

หลังเพื่อนประสบปัญหาว่างงานเนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด–19 และเพื่อนไม่มีค่ารถจ้างขนสัมภาระย้ายกลับบ้านที่ จ.นครศรีธรรมราช จึงขอร้องให้ตนนำรถกระบะไปรับ ตนจึงเดินทางไปเพื่อนที่จังหวัดภูเก็ตพร้อมกับสามีและลูก

ตอนที่อยู่ใน จ.ภูเก็ต ลูกอยากเที่ยวทะเล ตนและสามีจึงพาลูกไปเดินเที่ยวแถว หาดในทอน อ.ถลาง ระหว่างนั้นคลื่นทะเลค่อนข้างสูงและแรง ไม่สามารถลงเล่นน้ำได้ ขณะนั้นคลื่นทะเลซักเศษซากสิ่งปฏิกูลต่างๆ ทั้งเศษไม้ ขยะอวนประมงเข้าริมชายหาดจำนวนมาก ปรากฏว่าขณะเดินเล่นริมชายหาดกับสามีและลูก พบว่ามีสิ่งแปลกลักษณะเป็นก้อนๆ คล้ายขี้ยางพารา แต่เมื่อเอามือสัมผัสพบว่าไม่ใช่ขี่ยางแต่ก้อนดังกล่าวมีผิวลื่นมีกลิ่นคาว

ยอมรับว่าตอนนี้ไม่แน่ใจว่าอะไรแต่สามีคิดว่าน่าจะเป็นขี้วาฬอ้วกวาฬหรืออัมพันทะเลที่มีราคา เพราะสามีเคยดูสารคดีเกี่ยวกับอ้วกวาฬ จึงมั่นใจว่าใช่แน่นอน สามีจึงใช้ไฟแช็คลนที่ก้อนดังกล่าว พบว่ามีการเปลี่ยนแปลงเป็นของเหลวคล้ายเทียนไขถูกล้นไฟและมีกลิ่นคาว จึงมั่นในว่าเป็นอ้วกวาฬแน่นอนจึงนำกลับมาที่บ้านเช่าของเพื่อนและชั่งน้ำหนักได้รวม 15 กก. แล้วนำอ้วกวาฬดังกล่าวใส่ลังพลาสติกก่อนจะนำกลับมาที่บ้านที่ อ.ร่อนพิบูลย์เก็บรักษาไว้อย่างดี

อย่างไรก็ตามตั้งใจว่าจะประกาศขายในโซเชียล แต่ด้วยความกลัวว่าจะถูกหลอกว่าก้อนดังกล่าวไม่ใช่อ้วกวาฬจึงเก็บรักษาไว้จนปัจจุบันนานเกือบ 5 เดือน สุดท้ายพบว่ามีข่าวชาวบ้านพบอ้วกวาฬที่ อ.ปากพนังหนัก กว่า 100 กก.และมีนายทุนติดต่อขอซื้อหลังออกข่าว ตนจึงตัดสินใจแจ้งนักข่าวให้ทราบเพื่อต้องการออกข่าวจะได้มีคนซื้ออ้วกวาฬที่ตนพบจริงๆ และเพื่อเลี่ยงมิจฉาชีพ

ที่มา แนวหน้า